เมื่อวันที่ 18 กุมภา ครั้งแรกกับวิชาคลินิก ตื่นเต้นมากๆจริงๆสิให้ตาย

ตึกที่เราเรียนชั้นล่างเป็นคลินิกP&O มีหมอมาประจำทุกวันจันทร์ ส่วนข้างบนเป็นห้องเรียนที่เหมือนคลินิค มีห้องตรวจคนไข้ ห้องแลบ+เลคเชอร์ ห้องเครื่องจักร ห้องแต่งปูน ห้องเทเรซิ่น เหมือนคลินิกข้างล่าง แต่ไม่มีหมอ

 

วันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ลงไปรับเคสคนไข้ที่คลินิคของจริง

คลินิกPO

ไม่มีรูปที่ห็นด้านหน้าคลินิกชัดๆเลยแฮะ มีแต่ป้าย แหะๆ ขอบคุณนางสาวจ. ที่มาเป็นนางแบบนะ

 

ก่อนที่จะลงไปรับเคส อาจารย์Duc ก็อธิบายเกี่ยวกับพวกจุดประสงค์รายวิชา หน้าที่รับผิดชอบของอาจารย์ หน้าที่รับผิดชอบของนักเรียน

Responsibility of the student

a) restpect all clinic and laboratory rules and regulation ---อืม ปกติก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้วนะ

b) abide by all P&O and health professional work ethics

c) be punctual ---สงสัยต้องเร่งมือเวลาทำงานซะแล้ว = =

d) respect all health and safety protocol

e) work autonomously and independently in a PROFESSIONAL MANNER --- = [] = โปรฯ เขาทำกันยังไงหว่า

f) perform all tasks according to clinical and technical skill and knowledge .....

g) attend all supplementary lecture

h) make a LOG BOOK .... ---- มันคือรายงานเกี่ยวกับเคส T T โหดร้าย

i) make a formal CASE STUDY PRESENTATION....---- ม่ายเอาพรีเซนต์ โฮ~ TOT

ดูแล้วท่าทางคลินิกจะไม่ใช่วิชาสบายๆแล้ว แค่ไม่มีสอบ ไม่มีเลคเชอร์ เท่านั้นเอง....

 

โปรเฟสชันแนล

โปรเฟสชันแนล

โปรเฟสชันแนล

โปรเฟสชันแนล

โปรเฟสชันแนล

...

.

เครียดที่สุดก็เรื่องนี้แหละ ความเป็นโปรฯ

นึกถึงตอนที่เรียนแล้วได้เป็นคนไข้ให้อาจารย์Msechu สาธิต รู้สึกได้ถึงความเป็นโปรฯ ของอาจารย์มากๆ ท่าทาง ความคล่องแคล่ว ความรู้สึกที่อาจารย์เข้าใจความรู้สึกของเรา(หมอเข้าใจความรู้สึกของคนไข้) หัวใจเต้นตึกๆ+ความรู้สึกชื่นชมและประทับใจ โปรฯ ต้องเป็นแบบนี้สินะ .... ผิดกับที่เคยไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเลย หมอซักเรา ตรวจเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าหมอเข้าใจเราเลย หมอแทบจะไม่มองตาเราเลยตอนถาม เหมือนรีบๆซักๆตรวจๆไปให้เสร็จๆ ไม่ประทับใจเลยจริงๆิ -3-

อาจารย์Shin เคยบอกว่า สิ่งสำคัญคือ empathyหรือการที่เราเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย อาจารย์ก็ได้ทำให้พวกเราเข้าใจโดยการให้นักเรียนจับคู่กันผลัดกันเป็นผู้ป่วย ตอนที่หล่อแบบขาแล้วเอาแบบเฝือกปูนออกจากขาโดยใช้คัตเตอร์กรีด การที่เราเป็นคนไข้ทำให้เรารู้สึกได้ว่าคนไข้รู้สึกอย่างไร รู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวจะโดนคัตเตอร์บาด เราเข้าใจคนไข้จากการที่เคยได้เป็นคนไข้ (คัตเตอร์มันน่ากลัวจริงๆให้ตาย)

หรือตอนที่เอาเฝือกออกจากขาแล้วขนหน้าแข้งโดนดึงติดมากับเฝือก จากที่เคยโดนมาแล้วก็ทำให้เข้าใจว่า การโดนลอกขนหน้าแข้งด้วยเฝือกปูนมันเจ็บขนาดไหน แล้วผู้ชายที่ขนหน้าแข้งยาวกว่าเราหละ? ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะคิดว่าแค่ขนหน้าแข้งเอง ไม่เป็นไรหรอก (แต่ลอกขนหน้าแข้งมันเจ็บจริงๆให้ตาย)

 

แต่ความเป็นโปรฯมันไม่ได้มีแค่ empathy นี่นา T T /// ต้องไปฝึกให้บุคลิกดี น่าเชื่อถือสินะ...

--------------------------------------------------------------

ยังไม่ได้เริ่มเรื่องคลินิกเลยแฮะ

ไว้คราวหน้าว่างๆจะมาอัพต่อนะคะ

กลับไปทำพรีเซนต์ต่อ

edit @ 10 Mar 2008 22:20:05 by ปูน

edit @ 5 Apr 2008 21:06:40 by ปูน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สู้ๆนะพี่ปูน โปรเฟสชันแน่วอยู่ไม่ไกลเกือนแล้ว=[]=/

ลอกขนหน้าแข้งด้วยปูน<<<หว่าย เจ็บแย่สิsad smile

#1 By saya chan on 2008-03-10 21:51

เราว่าบุคลิกปูนก็น่าเชื่อถืออยู่แล้วนะ confused smile
แต่ว่า ปูนเป็นคนตั้งใจมาก ทำให้มักจะตื่นเต้นเวลานำเสนองานหรือว่าอยู่ต่อหน้าคนไข้เท่านั้น

สู้ๆนะปูน เป็นกำลังใจให้

คิดถึงปูนนะbig smile

#2 By nidting on 2008-03-10 22:11

สู้ๆนะคะพี่ปูน>w<,,
เอาใจช่วย
หนทางสู่โปรเฟซชันนอลลล

#3 By Ryuuzaki ThE ElementO on 2008-03-11 09:43

อนลอกขนก็ยิ้มสิจ๊ะ (เอาแบบโหดๆน่ะ)big smile

ปล.ห้องแต่งปูน-แต่งแล้วปูนสวยมั๊ยembarrassed
ถ้าไม่พิมเรื่อง responsibility (ถาษาไทยแปลว่าไรหว่า ฮ่าๆๆ) คงลืมนึกถึงคำว่า "Professional Manner" ไปแล้ว
วันนี้เรารั่วตลอดเลย T[]T ความเป็นโปรของช้านนนน
(แถมโดนทีชเชอร์ชินบ้องหัวอีกตะหาก -*-)
ปล. ทำไมนางแบบใส่อักษรย่อ แต่ชื่อทีชเชอร์เขียนเต็มล่ะ :D

#5 By Pukpik on 2008-03-11 21:30